9 เทรนด์อาหารปี 2019

Last updated: Jun 4, 2019  |  เทรนด์อร่อย

9 เทรนด์อาหารปี 2019

1. อาหารที่มีส่วนผสมของกัญชา – มีข้อถกเถียงในวงกว้างถึงเรื่องกัญชา ที่จะนำมาใช้ในทางการแพทย์ หรือใช้เพื่อสันทนาการส่วนบุคคล ตอนนี้สารในกัญชา “Cannabidol” ที่ผ่านการศึกษาและวิจัยทางวิทยาศาสตร์ระบุว่า สารนี้มีส่วนช่วยบำบัดภาวะวิตกกังวล, ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการนอนหลับ, และควบคุมระดับอารมณ์ให้เหมาะสม ส่งผลให้ผู้คนได้รับแรงบันดาลใจ และนำมาผสมอาหารหลากหลายเมนู ตั้งแต่ ขนม, คุกกี้, เบเกอรี่ ไปจนถึงเครื่องดื่มค็อกเทล

2. เนยจากเมล็ดพืช – ถ้าพูดถึงเนย ทุกคนคงคิดถึงเนยเค็ม เนยจืด หรือจะเป็นเนยถั่วแสนอร่อยที่เรานำไปทาขนมปังทานทุกเช้า ก็จะดูเชยไปทันที เพราะตอนนี้เนยที่กำลังเป็นกระแสนิยมจากชาวตะวันตก จะเป็นเนยที่ทำจากเมล็ดพืช ไม่ว่าจะเป็น เมล็ดอัลมอนด์, เมล็ดทานตะวัน, เมล็ดฟักทอง, และเมล็ดแตงโม สืบเนื่องจากสาเหตุที่ชาวตะวันตกประสบภาวะแพ้ถั่วลิสงและถั่วเหลืองจำนวนมาก ทำให้เนยเหล่านี้เป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่เริ่มได้รับความนิยมมากขึ้น

3. นมจากข้าวโอ๊ต – เมื่อปีที่ผ่านมาเราจะเห็นนมอัลมอนด์วางขายตามร้านค้าโมเดิร์นเทรดชั้นนำ และซูเปอร์มาเก็ตต่างๆทั่วไป ซึ่งถือว่าเป็นเทรนด์ที่มาเร็วไปเร็วพอสมควร แต่ปีนี้ถือเป็นปีแห่งนมข้าวโอ๊ตอย่างแท้จริง ด้วยวิธีการทำที่ง่าย แค่แช่ข้าวโอ๊ตในน้ำให้พอพองตัว นำมาปั่นและกรองเป็นอันเสร็จสิ้น ขณะที่นมข้าวโอ๊ตอุดมไปด้วยไฟเบอร์และคาร์โบไฮเดรต และให้รสสัมผัสเหมือนนมวัวที่เราคุ้นเคยมากกว่านมจากถั่วเหลืองหรือนมอัลมอนด์

4. อาหาร Pacific Rim –เป็นอาหารฟิวชั่นที่ผสมผสานอาหารฝั่งเอเชียแปซิฟิกโอเชียเนีย โดยเป็นอาหารลักษณะ fine-dining ฝั่งตะวันตก ใส่เครื่องปรุงและส่วนผสมที่ให้ความสดชื่นเหมือนยืนอยู่ตามริมทะเล ดังนั้น เราอาจจะได้เห็นพิซซาถั่วบดฮัมมัสโปะทูน่าย่างไฟ ปลาย่างราดซอสมัสมั่น หรือจะเป็นค็อกเทลเสาวรส แก้วมังกร และฝรั่ง หยอดความหวานด้วยหล่อฮังก้วย ที่จะทำให้เรางุนงงกับคลื่นยักษ์ของรสชาติกันเลยทีเดียว

5. ของว่างจากท้องทะเล – ผลิตภัณฑ์จากสาหร่ายกำลังเป็นเทรนด์มาแรงในปีนี้ โดยนำไปทำเป็นอาหารไม่ว่าจะเป็น สาหร่ายอบแห้ง เนยจากสาหร่าย และ ก๋วยเตี้ยวเส้นสาหร่าย นอกจากนี้ยังมีพวกผักชีทะเล และเมล็ดบัวที่กำลังเป็นที่นิยมอย่างมากในฝั่งตะวันตก

6. เครื่องปรุงจากเส้นทางสายไหม – ชาวอเมริกันคุ้นเคยกับอาหารเมดิเตอร์เรเนียนและอาหารจากภาคพื้นเอเชียแปซิฟิกกันมากแล้ว ถึงคราวของอิทธิพลของเครื่องเทศคั่วสดจากแอฟริกาเหนือและตะวันออกกลางกันบ้าง ส่วนผสมหลักๆจะเป็นพริกแห้งและโหระพา สร้างความแตกต่างด้วยถั่วหรือสมุนไพรท้องถิ่น
     ผู้เชี่ยวชาญด้านอาหารอย่าง Michael Whiteman ที่ปรึกษาด้านธุรกิจร้านอาหารจาก Baum+Whiteman ยกให้เป็นเครื่องเทศที่สะท้อนถึงเส้นทางสายไหม เชื่อมโยงแอฟริกา เอเชีย และยุโรปเข้าด้วยกัน ถ้านึกไม่ออก ขอให้ลอง dukkah จากอียิปต์ ที่มีกลิ่นถั่ว พริกคั่ว และโหระพา, เครื่องเทศ berbere หนักกลิ่นขิงจากเอธิโอเปีย หรือจะเป็นราสอัลฮานต์ (ras el hanout) เครื่องเทศหมักเนื้อหรือไก่สไตล์โมร็อกโก ก็พอเป็นตัวอย่างของเมนูสู่เส้นทางสายไหมได้แล้ว

7. โปรตีนจากพืชยังไม่ตกเทรนด์ – เพิ่มเติมคือการพัฒนาให้เนื้อสัมผัสและรสชาติใกล้เคียงเนื้อสัตว์จริงๆมากขึ้น อย่างบริษัท Impossible Food ในซิลิคอน แวลลีย์ พัฒนาเบอร์เกอร์จากโปรตีนข้าวสาลี น้ำมันมะพร้าว โปรตีนจากมันฝรั่ง และเพิ่มสาร “ฮีม” (Heme) สารประกอบในเฮโมโกลบินในเม็ดเลือดแดงซึ่งพบได้ในพืชตระกูลถั่วมาผสมลงในก้อนเบอร์เกอร์ สร้างรสสัมผัสของเนื้อจริงๆขึ้นมาได้
     ฝั่งฮ่องกงมี Omnipork ที่ถือเป็นโปรตีนจากพืชที่เหมือนเนื้อหมูจริงๆ อย่างไม่น่าเชื่อ และทำการตลาดไว้ว่า Buddhist Friendly โดยใช้เห็ดหอม ถั่วเหลือง โปรตีนจากถั่วและข้าว และที่อังกฤษมีบริษัท Quorn ที่ผลิตไมโคโปรตีน (mycoprotein) จากตระกูลเห็ดที่ให้รสชาติเหมือนไก่

8. “แมลง” แหล่งโปรตีนสายยั่งยืน – หากไม่ได้เห็นรูปร่างหน้าตาของแหล่งโปรตีนแห่งอนาคตเหล่านี้ ก็คงจะพอกลืนกันไหว สำหรับ แมลง ที่ได้รับการขนามนามให้เป็นแหล่งโปรตีนแห่งความยั่งยืน ซึ่งปัจจุบันมีผู้ผลิตโปรตีนหลายแห่งพยายามแปรรูปแมลงเหล่านี้ให้ดูน่ากินกว่ารูปโฉมต้นฉบับมากขึ้น อาทิ ผงโปรตีน สปาเก็ตตี้จากผงโปรตีน แพนเค้ก ขนมปัง โปรตีนแบบแท่ง หรือแม้กระทั่งขนมของสุนัข

9. คืนสู่สามัญด้วยการ “กินข้าวบ้าน” – นอกจากจะประหยัดแล้ว ตอนนี้มีบริษัทมากมายผลิต จัดจำหน่าย และจัดส่งวัตถุดิบให้พร้อมปรุงอาหารเลิศรสได้ที่บ้าน

     ย้อนกลับไปเมื่อปีที่แล้ว ชาหมักคอมบูชา (Kombucha) ได้รับการจัดอันดับให้เป็นเทรนด์อาหารของปีก่อน เช่นเดียวกับอาหารเมดิเตอร์เรเนียน และอาหารที่เป็นมิตรต่ออินสตาแกรม หรือ Instagramable Food เอาใจสายโซเชียลโดยเฉพาะ

แหล่งที่มา : www.voathai.com

Powered by MakeWebEasy.com